แนวทางแก้อาการขอบตาลึก

แนวทางแก้อาการขอบตาลึก

แนวทางแก้อาการขอบตาลึก

  • Grace
  • กรกฎาคม 14, 2021
  • 0 comments

ปัญหาขอบตาลึก ถือเป็นปัญหาที่สร้างความหนักใจให้สาว ๆ เป็นอย่างมาก แน่นอนว่าสาว ๆ ทุกคนทราบดี ว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหานี้ขึ้น มันมีผลพวงมาจากการดูแลตัวเอง ทั้งในเรื่องการพักผ่อน และส่วนอื่น ๆ แต่บางครั้งชีวิตของเราก็เลี่ยงการใช้ชีวิตที่รู้ว่าผิดหลักไม่ได้! และนั่นก็เป็นสาเหตุให้เกิอาการลึกบริเวณใต้ตาขึ้น สำหรับสาว ๆ ที่มีปัญหานี้อยู่ วันนี้เรามี 6 แนวทางแก้อาการขอบตาลึก มาฝาก ส่วนแต่ละแนวทางจะต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง ตามไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

ลักษณะของขอบตาลึก

  • สังเกตผิวบริเวณใต้ตาจะมีสีคล้ำกว่าปกติ หรือคล้ำกว่าบริเวณอื่น ๆ บนใบหน้า
  • สังเกตผิวบริเวณใต้ตาดูบางลง
  • สังเกตผิวบริเวณใต้ตายุบตัวลงจนสังเกตได้
  • สังเกตหน้าดูโทรม อ่อนเพลีย เหมือนคนอดนอน

สาเหตุของการเกิดขอบตาลึก

  • อายุที่เพิ่มขึ้นถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ขอบตาลึก เพราะนอกจากคอลลาเจน และไขมันบริเวณใต้ตาจะฝ่อตัวลงไปตามวัยแล้ว ร่องใต้ตาของทุกคนจะยิ่งขยายตัวมากขึ้นตามอายุนั่นเอง
  • การออกกำลังกาย หรือลดน้ำหนักแบบหักโหม ส่งผลให้ไขมันบริเวณใต้ตาลดลงอย่างรวดเร็ว และเกิดเป็นร่องลึกบริเวณใต้ตา
  • ขอบตาลึกบางครั้งอาจจะเกิดจากพันธุกรรม
  • ร่างกายขาดวิตามินซี วิตามินเค และธาตุเหล็ก ก็เป็นสาเหตุได้เช่นกัน
  • นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้เบ้าตาลึก ผิวบริเวณรอบดวงตาคล้ำ โทรม ไม่สดใสคือสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการนี้

6 แนวทางแก้อาการขอบตาลึก

ใช้อายครีมเป็นตัวช่วย
  • ใช้อายครีมเป็นตัวช่วย

สิ่งแรกที่สามารถช่วยบรรเทาอาการขอบตาลึกได้เป็นอย่างดี คือการใช้อายครีมแบรนด์ต่าง ๆ เข้ามาเป็นตัวช่วย เพราะผิวทุกส่วนของเราต้องการการบำรุงเสมอ ไม่เว้นแม้แต่ผิวใต้ดวงตา ที่มีความบอบบางและต้องเอาใจมากกว่าส่วนอื่น ๆ ซึ่งการใช้อายครีมที่มีส่วนผสมของ Proprietary Retinoid จะช่วยผลัดเซลล์ผิวบริเวณรอบดวงตาได้ ทำให้ผิวบริเวณรอบดวงตากระจ่างใส พร้อมช่วยลดเลือนริ้วรอย ร่องลึกใต้ตาให้ดูเรียบเนียน และตื้นขึ้นมากกว่าเดิมค่ะ

ใช้การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาช่วย
  • ใช้การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาช่วย

เทคนิคต่อมาอาจจะต้องใช้งบประมาณเยอะหน่อย แต่ก็เห็นผลค่อนข้างเร็ว การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาถือเป็นอีกทางเลือก ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะเห็นผลทันทีหลังทำ เจ็บตัวน้อย และไม่ต้องพักฟื้นนานมากนัก วิธีนี้จะรักษาโดยเป็นการนำสารไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) ฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังใต้ตาบริเวณเป็นร่องลึก เพื่อช่วยเติมเต็มให้ใต้ตาตาดูมีน้ำมีนวล และอวบอิ่มขึ้น แต่ก็มีข้อเสียนะคะ ข้อเสียก็คือฟิลเลอร์จะสามารถอยู่ได้ชั่วคราวประมาณ 6-8 เดือนเท่านั้น หลังจากนั้นมันจะสลายไป และสาว ๆ จะต้องไปเติมใหม่เรื่อย ๆ ค่ะ  

ใช้การฉีดไขมันเข้าช่วย
  • ใช้การฉีดไขมันเข้าช่วย

นอกจากสามรารถใช้ฟีลเลอร์เข้าช่วยแล้ว การฉีดไขมันก็เป็นอีกทางเลือก ที่ได้รับความนิยมในหมู่สาว ๆ เช่นกัน โดยเป็นการดูดไขมันจากส่วนต่าง ๆ ของร่ายกายตัวเอง เช่น บริเวณหน้าท้องหรือต้นขา มาฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังใต้ตาเพื่อเติมเต็มร่องลึกให้ดูตื้นขึ้น ซึ่งการฉีดไขมันจะดีกว่าการฉีดฟิลเลอร์ ตรงที่สามารถอยู่ได้นานถึง 1 ปี โดยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เพราะเป็นการนำไขมันของตัวเองมาฉีดเข้าไปเท่านั้น แต่เรื่องราคาแน่นอนว่ามันสูงกว่าแน่นอนค่ะ

ใช้การแต่งหน้าเข้าช่วย
  • ใช้การแต่งหน้าเข้าช่วย

แนวทางการแก้ขอบตาลึกแบบต่อมา จะว่าทำง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ยาก โดยง่ายในที่นี้คือง่ายสำหรับคนที่แต่งหน้าเป็น แต่สำหรับคนที่ไม่เคยแต่งหน้า เทคนิคนี้ก็อาจจะยากหน่อย วิธีการไม่มีอะไรยากเลยค่ะ แนะนำให้เลือกใช้คอนซีลเลอร์ที่สว่างกว่าผิวจริง 1 เฉด ทาลงบริเวณใต้ตาเป็นรูปสามเหลี่ยมแบบกลับหัว เพื่อปกปิดรอยพับ และรอยคล้ำบริเวณใต้ตา ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย และประหยัดเงินในกระเป๋าที่สุดด้วยนะคะ

หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่

แน่นอนว่าการสูบบุหรี่ เป็นความชอบส่วนตัว ไม่ว่าจะสาว ๆ หรือหนุ่ม ๆ ก็สามารถสูบได้อย่างไร้ขีดจำกัด แต่หากสาว ๆ อยากใต้ตาดูสวยเปล่งปลั่ง สาว ๆ ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ หรือไม่ก็พยายามสูบให้น้อยลงเรื่อย ๆ จากปริมาณที่สูบปัจจุบันนะคะ เพราะการสูบบุหรี่ไม่เพียงแต่เป็นอันตรายต่อร่างกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ผิวของผู้สูบแก่ก่อนวันอันควรด้วย เนื่องจากในบุหรี่มีสารเคมีที่เป็นตัวทำลายคอลลาเจน และอีลาสตินทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นค่ะ

พยายามพักผ่อนให้พียงพอ
  • พยายามพักผ่อนให้พียงพอ

แนวทางสุดท้ายเป็นเรื่องที่เหมือนจะทำง่ายที่สุด แต่กลับยากที่สุด นั่นคือการพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับผักผ่อนให้เพียงพอเฉลี่ยวันละ 7-6 ชั่วโมง คือหนทางการรักษาอาการขอบตาลึกที่ดีที่สุด และเห็นผลมากที่สุด ไม่เชื่อสาว ๆ ลองนอนหลับให้เพียงพอดูสิคะ ไม่แน่ว่าสาว ๆ อาจจะได้ดวงตาสดใสเปล่งปลั่งกลับมา แบบไม่ต้องพึ่งคุณหมอ หรืออายครีมรูปแบบต่าง ๆ เลยก็ได้

สาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาเกี่ยวกับอาการขอบตาลึก ลองเลือกแนวทางการแก้ไข 1 ใน 6 แนวทางที่นำเสนอไปปรับใช้ดูนะคะ หากว่าใช้แล้วได้ผล อย่าลืมบอกต่อให้คนที่ประสบปัญหาเดียวกัน พบทางออกเหมือนกับท่านนะคะ

สำหรับใครรู้วิธีแก้ปัญหาอาการขอบตาลึกกันไปแล้ว อีกปัญหาหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยก็คืออาการ ไอเรื้อรัง ปัญหาสุขภาพที่หลายคนมองข้าม อาการไอ ปกติแล้วมักจะมาพร้อมกับอาการหวัด หรือการเป็นไข้ต่าง ๆ ซึ่งเมื่อเป็นแล้วจะสร้างความทรมาน อีกทั้งสร้างความรำคาญให้เราได้เสมอ แต่นอกจากอาการไอที่มาจากเชื้อไข้หวัดแล้ว มันยังมีอีกหลายคนมาก ๆ ที่เป็นโรคไอเรื้อรัง โดยบางคนอาจจะมีอาการมากกว่า 100 วันด้วยซ้ำ หากเพื่อน ๆ สงสัยว่าอาการเหล่านี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และจะมีแนวทางป้องกันอย่างไร ตามไปดูที่บทความต่อไปได้เลย เรามีคำตอบของโรคนี้มาเล่าให้ฟัง

ทิ้งท้าย

ใครที่อ่านบทความนี้แล้วแต่ยังไม่จุใจ ทางเรามีเว็บที่รวมบทความแนวอื่น ๆ มาแนะนำ เว็บที่มีเนื้อหาที่จะทำให้คุณผ่อนคลาย เช่น รวมข่าวดัง ข่าวดารา ซุบซิบดารา ทั้งไทยและต่างประเทศ รับรองว่าคุณจะไม่เหงาอีกต่อไปแค่คลิกไปที่เว็บ taradsods เว็บที่พกความบันเทิงแบบจุใจมาไว้ให้คุณแล้ว