5 ประเทศ ที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก

5 ประเทศ ที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก

5 ประเทศ ที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก

ระบบการศึกษา ถือเป็นพื้นฐานในการพัฒนาบุคลากรในประเทศที่สำคัญ ดังนั้น เราจึงมักเห็นหน่วยงานต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เสมอ เพราะระบบการศึกษาที่ดี จะสามารถพาประเทศเจริญในภายภาคหน้าได้ ด้วยเหตุนี้พ่อแม่ และผู้ปกครองทั้งหลาย จึงพยายามค้นหาข้อมูล สถานศึกษาหรือประเทศที่มีระบบการศึกษาติดอันดับโลก เพื่อส่งบุตรหลานของท่านไปเข้าศึกษา ให้กลายมาเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพระดับประเทศ บทความของเราวันนี้จึงมีข้อมูล 5 ประเทศ ที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก มาแนะนำ พร้อมแล้วไปสำรวจกันเลย ว่ามีประเทศไหนบ้าง ระบบการศึกษาดีสุด ๆ

5 ประเทศ ที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก

  • ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea)

ที่หนึ่งในเรื่องการพัฒนาต้องยกให้ประเทศเกาหลีใต้เลยค่ะ ที่ผ่านต้องยอมรับว่าประเทศนี้มีการพัฒนาในด้านต่าง ๆ เสมอ และหนึ่งในนั้นคือระบบการศึกษาด้วย โดยระบบการศึกษาของประเทศนี้ได้ค่า  PTS ที่ 59 โดยพวกเขาใช้ระบบพัฒนาการศึกษาที่เรียกว่า “New Education System” คือ มุ่งพัฒนาเครือข่ายสารสนเทศเพื่อการเป็นสังคมแห่งความรู้ สร้าง

สภาวะแวดล้อมที่กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อให้คนเกาหลีมีความรู้ ความสามารถ มีความทันสมัย และที่สำคัญคือมีจริยธรรม แต่ยังคงความเป็นเลิศด้านการศึกษาและดำรงมาตรฐานของระบบการศึกษาของเกาหลี ดังจะเห็นได้จากนักเรียน-นักศึกษาของประเทศเกาหลีจะเรียนหนักมาก ผู้ปกครองก็ให้การสนับสนุนด้านการศึกษาเป็นอย่างดี และยังนำเอาเทคโนโลยีรูปแบบต่าง ๆ เข้ามาพัฒนาอย่างดีด้วย

  • ประเทศญี่ปุ่น (Japan)

มาต่อกันที่ประเทศญี่ปุ่น หนึ่งในประเทศแถบเอเชีย ที่สร้างชื่อเสียงในเรื่องต่าง ๆ นับไม่ถ้วน โดยต้องบอกว่าระบบการศึกษาของที่นี่ ก็เป็นที่ยอมรับ และมีชื่อเสียงในระดับโลกเช่นเดียวกัน โดยระบบการศึกษาของประเทศนี้ได้ค่า PTS ที่ 55 รองจากประเทศเกาหลีใต้ เพื่อใกล้เรือนเคียงแค่นิดเท่านั้นเอง ประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีมาตรฐานทางด้านการศึกษาในระดับสูง โดยระบบการศึกษาของประเทศได้รับต้นแบบมาจากระบบการศึกษาของหลายๆ ประเทศ อาทิเช่น ประเทศอังกฤษ, ฝรั่งเศส และอเมริกา นอกจากเทคโนโลยีที่มาใช้ในการศึกษาได้อย่างทั่วถึงแล้ว ความสำเร็จทางการศึกษาของญี่ปุ่นอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล ในการสอบวัดความรู้ด้านคณิตศาสตร์นานาชาติ เด็กญี่ปุ่นถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆ มาโดยตลอด

  • ประเทศสิงคโปร์ (Singapore)

สิงคโปร์ประเทศเล็ก ๆ ที่เพิ่งพัฒนาไม่นาน แต่ด้วยความคุณภาพของบุคลากร และส่วนต่าง ๆ ทำให้ประเทศนี้ ก้าวขึ้นไปเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในเรื่องการพัฒนาอันดับต้น ๆ ของโลกเลยก็ว่าได้ โดยรัฐบาลสิงคโปร์ให้ความสำคัญกับการศึกษามาก เพราะเขาถือคติที่ว่าประชาชนเป็นทรัพยากรที่สำคัญ และมีค่าที่สุดของประเทศ จึงสนับสนุนด้านการศึกษาจนเสมือนกับเป็นการศึกษาแบบให้เปล่า โรงเรียนในระดับประถม และมัธยมล้วนเป็นโรงเรียนของรัฐบาลหรือกึ่งรัฐบาล สถานศึกษาของเอกชนในสิงคโปร์ มีเฉพาะในระดับอนุบาล และโรงเรียนนานาชาติเท่านั้น การเรียนการสอนในประเทศสิงค์โปร์นี้จะเน้นความง่าย เรียนจากความเป็นจริง และสิ่งที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ 4 ด้านคือ เทคโนโลยี คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษา

  • ประเทศฟินแลนด์ (Finland)

เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยิน ว่าประเทศฟินแลนด์ เป็นประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางของการศึกษา ด้วยค่า PTS: 48 แถมยังเป็นประเทศ ที่สามารถเดินเข้าห้องเรียน หรือโรงเรียนได้แบบไม่ต้องสวมเครื่องแบบ เหมือนกับหลาย ๆ ประเทศ ไม่มีการสอบเข้าสถานศึกษา ไม่มีค่าธรรมเนียมทางการศึกษา ไม่มีการจัดอันดับสถานศึกษา ไม่มีหน่วยงานคอยควบคุมวัดระดับเพื่อประเมินผล การศึกษาภาคบังคับเริ่มต้นเมื่อเด็กอายุ 7 ปี ไม่เน้นการเรียน

อนุบาลแต่จะเน้นให้อยู่กับครอบครัวให้มากที่สุด ระดับประถมจะใช้เวลาเรียนน้อยและให้เด็กได้ทำในสิ่งที่สนใจมากกว่า ที่สำคัญจะไม่เน้นเรื่องการแข่งขันจึงไม่มีเกรดเฉลี่ย นี่จะเป็นการสอนให้ผู้เรียน ได้รับประสบการณ์ต่าง ๆ แบบเต็มที่ และเอาไปใช้ได้อย่างเต็มร้อยในชีวิตจริงนั่นเอง

  • สหราชอาณาจักร (United Kingdom)

ปิดท้ายกันที่ สหราชอาณาจักร (United Kingdom) เมื่อพูดถึงระบบการศึกษา จะขาดประเทศนี้ไปได้อย่างไรจริงไหมคะ เด็กซึ่งเป็นประชากรสำคัญในสหราชอาณาจักร จะถูกบังคับให้เข้ารับการศึกษา ตั้งแต่ช่วงอายุ 5 ขวบ ไปจนถึง 16 ปี โรงเรียนมีทั้งประเภท

โรงเรียนรัฐบาล และโรงเรียนเอกชน การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยปัจจุบันมหาวิทยาลัยของสหราชอาณาจักรมีประมาณ 96 แห่ง เป็นของรัฐบาลเกือบทั้งหมด ยกเว้น University of Buckingham ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนเพียงแห่งเดียวการศึกษาระดับอุดมศึกษา ส่วนค่า PTS จะอยู่ที่ 48 เท่ากันฟินแลนด์

นี่คือ 5 ประเทศ ที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก จากการจัดอันดับปี 2020 ที่ผ่านมา ความจำแล้วการศึกษาไม่ว่าจะเรียนที่ไหน ก็เป็นประโยชน์กับตัวผู้เรียนเองทั้งนั้น ขอแค่ระบบการศึกษาของแต่ละประเทศ เข้าถึงกลุ่มเยาวชนอย่างทั่วถึง เท่านั้นก็ถือเป็นการพัฒนาบุคลากรได้ดีมาก ๆ แล้ว